บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

เมื่อมีความกลัวความเชื่อก็จะเกิดขึ้นเพราะ “ความเชื่อ” มักมาพร้อมกับ “ความกลัว”


เคยคิดไหมว่าทำไมคนยุคก่อนถึงได้ทำพิธีบูชายัญ นำอาหาร สัตว์เป็นๆ หรือแม้แต่คนด้วยกันเอง มาสังเวยชีวิตแก่เทพเจ้า

ก็เพราะ “ความเชื่อ” มักมาพร้อมกับ “ความกลัว” เพราะกลัวจึงต้องมีความเชื่อไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ เหมือนเวลากลัวผี เลยต้องห้อยพระ


ความเชื่อว่าในธรรมชาติมี “เทพ” หรือ “พลังเหนือมนุษย์” สถิตอยู่ เป็นสิ่งที่อารยธรรมทั่วโลกทั้งกรีก อียิปต์ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ของไทยเองก็มีร่วมกัน

ความเชื่อเหล่านั้นมีที่มาเหมือนกันคือ “ความกลัว”

ปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า พายุ น้ำท่วม เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เรามนุษย์ควบคุมไม่ได้ นั่นทำให้มนุษย์รู้สึกหวาดกลัว


ในยุคที่ยังไม่มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่ออธิบายสิ่งเหล่านั้นให้เราเข้าใจ คนเราได้อธิบาย “ธรรมชาติ” ให้เป็น “เทพเจ้า” ที่มีพลังเหนือมนุษย์ไปแทนเพื่อจัดการความกลัวเหล่านี้
นั่นทำให้เกิดพิธีบวงสรวงต่างๆ เพื่อหวังว่าเทพประจำสถานที่นั้นๆ จะรู้สึกดี และธรรมชาติจะปราณีกับมนุษย์

เพราะความเชื่อมันผูกโยงกับความกลัวมาตั้งแต่แรก เมื่อใครคนหนึ่งทำอะไรที่ขัดต่อความเชื่อ สมองส่วน Amygdala ที่สร้างความรู้สึก “กลัว” ของกลุ่มคนที่เชื่อจะถูกกระตุ้นทันที และนั่นทำให้คนเราต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างกับมัน


สมองของคนเวลากลัวจะถูกปรับให้คิดอยู่สองทางคือ “จะสู้หรือจะหนี” (Fight or Flight)

ถ้าสิ่งที่ทำให้เรากลัวไม่ได้มีอำนาจมากเกินกว่าที่เราจะสู้ได้ คนเราก็มักจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องความเชื่อของตนเองเอาไว้ โดยไม่สนว่าสิ่งที่ตนทำจะก้าวร้าวรุนแรงขนาดไหน

ด้วยเหตุนี้ ในหลายๆ ความเชื่อที่มีคนนับถือสืบทอดกันมายาวนาน จนกลายเป็นธรรมเนียมตายตัว เช่น มีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามเพศบางเพศเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือมีกฎว่าคนที่เชื่อแบบนี้ต้องทำแบบนี้เท่านั้น


เมื่อมีคนหนึ่งคนตั้งคำถาม หรือแสดงความคิดเห็นต่อความเชื่อที่ต่างออกไป ผู้คนก็พากันโกรธแค้นต่อคนๆ นั้น อย่างรุนแรง

ในเมื่อความเชื่อเหล่านั้นมีที่มาจากความกลัว และความกลัวเป็นสัญชาตญาณเพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์ การรู้สึกว่าความเชื่อที่ตนเองยึดถือถูกลบหลู่ จึงไม่ต่างจากการถูกขู่ฆ่า
ไม่แปลกที่ว่าหลายๆ คนทำได้แม้กระทั่งทำร้ายคนอื่น หรือยอมปลิดชีวิตตัวเอง เพื่อสิ่งที่ตนเชื่อ

สำหรับผู้ที่เชื่อแล้ว ความเชื่อของพวกเขาคือ “ความจริง” ที่ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามหรือหาข้อพิสูจน์ใดๆ ถึงอย่างนั้น “ความเชื่อ” ไม่เท่ากับ “ความจริง” โดยอัตโนมัติ และในหลายๆ ครั้ง การท้าทายความเชื่อ นำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

อย่างเช่นที่ภูเขาไฟฟูจิ ประเทศญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเป็นหนึ่งในมรดกโลก ในอดีต คนญี่ปุ่นถือว่าภูเขาไฟนี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ และมีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงเดินขึ้นภูเขาลูกนั้นมาเป็นพันปี เพราะถือว่าผู้หญิงเป็นเพศที่มีประจำเดือน เลือดประจำเดือนถือเป็นของสกปรก และจะทำให้ภูเขาเสื่อม

แน่นอนว่าสตรีญี่ปุ่นต่างก็รักษาธรรมเนียมนี้เป็นอย่างดี จนกระทั่งในสมัยเมจิ ที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศอีกครั้ง Fanny Parkes ภริยาของท่านทูตอังกฤษ ได้เดินทางมาเจริญสัมพันธไมตรีที่ญี่ปุ่นกับสามีของเธอ และ Fanny ตัดสินท้าทายธรรมเนียมด้วยการเดินขึ้นภูเขาไฟไปถึงยอดเขาในปี 1867


หลังจากที่ Fanny Parkes ไปถึงยอด ภูเขาก็ไม่ได้เสื่อมลง แถมยังทำให้ชาวตะวันตกอยากไปเที่ยวภูเขาไฟฟูจิกันมากขึ้น นั่นทำให้ในปี 1868 กฎการห้ามผู้หญิงขึ้นเขาก็ถูกยกเลิกไป จนปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัย

ลองเข้ามาดูสินค้า [3 ตัวลดเหลือ 990.-] GQ Cool Tech™ กางเกงในไข่เย็น รุ่น All-Day Secure ทรง Trunks ลดราคา 50% เหลือ ฿249 เท่านั้น! ซื้อได้ในแอป Shopee ตอนนี้เลย!


ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรากำลังโกรธใครเพราะเขากำลังลบหลู่สิ่งที่เราเชื่อ ก่อนที่จะแสดงพลังลบออกไป ลองถามตัวเองก่อนว่า เราโกรธเพราะอีกฝ่ายทำไม่ดีกับเรา หรือเรา “กลัวไปเอง” กันแน่ ??

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

10 บูชายัญมนุษย์ สุดสยองในอดีต

ค้นหา
Custom Search

10 การสังเวยชีวิตและบูชายัญมนุษย์ สุดสยองในอดีต
ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การจับมนุษย์มาบูชายัญเกิดขึ้นมากมายในสถานที่ๆ แตกต่างกันทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อบางอย่างของมนุษย์ต่อบรรดาทวยเทพ ที่ต้องมีการเสียสละชีวิตเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขอให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล การหยุดเพื่อไม่ให้เทพเจ้าพิโรธ 
หรือเหตุผลอื่นๆ อีกมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เราสยองก็คือวิธีการที่พวกเขาใช้ ซึ่งแน่นอนว่า มันไม่ธรรมดาจริงๆ
และวันนี้เพชรมายาจะมานำเสนอวิธีการบูชายัญสุดแปลกชวนสยองในอดีต ที่จะทำให้คุณขนหัวลุกแน่นอน

1. ฝังทั้งเป็น, อียิปต์

ในช่วงต้นของอารยธรรมฟาโรห์ บรรดาฟาโรห์ที่เสียชีวิตแล้วจะถูกฝังพร้อมกับข้ารับใช้จำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยเป็นการฝังทั้งเป็นไปพร้อมๆ กับศพของฟาโรห์ ด้วยความเชื่อที่ว่า พวกเขาจะตามไปรับใช้ฟาโรห์ในช่วงชีวิตหลังความตาย และมีหลายครั้งที่นักโบราณคดีได้พบศพของคนรับใช้ ถูกฝังอยู่กับเจ้านายของพวกเขา

2. ตัดหัวเป็นของกำนัล, แอฟริกา

ในแต่ละปีในเมืองดาโฮเมย์ (ปัจจุบันคือประเทศกาน่า) จะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งบรรดาทาสจำนวนมากมายในหลายพื้นที่ เชลยจากสงคราม และบรรดาอาชญากร จะถูกนำมาตัดหัว เพื่อเป็นเกียรติให้กับกษัตริย์ในดาโฮเมย์ โดยพิธีกรรมนี้ถูกเรียกว่า Xwetanu หรือแปลได้ว่า “ธุรกิจหัวมนุษย์ประจำปี”

3. รัดคอบูชาพระแม่กาลี, อินเดีย

ในอดีตที่ผ่านมาในประเทศอินเดีย ได้มีกลุ่มคลั่งศาสนาที่มีความเชื่ออันชวนสยอง เพื่อบูชาให้กับพระแม่กาลี ที่เป็นเทพเจ้าของฮินดู พวกเขาจะเดินทางไปทั่วประเทศอินเดีย เพื่อหาเหยื่อมาบูชายัญด้วยวิธีการ “รัดคอ”
ด้วยผ้าเช็ดหน้า เหยื่อส่วนมากมักจะเป็นนักท่องเที่ยว และมักจะถูกฆ่าในเวลากลางคืน

4. กระโดดพิสูจน์ศรัทธา, ชนเผ่ามายา

ชนเผ่ามายา มีความเชื่อในเรื่องของพระเจ้า สิ่งที่พวกเขาใช้พิสูจน์ศรัทธาของพระเจ้านั่นก็คือ “หลุมถ้ำใต้น้ำซีโนเต้” ที่อยู่ในเม็กซิโก โดยพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นเหมือนกับประตูที่เชื่อต่อไปสู่โลกใต้พิภพ นั่นทำให้พวกเขาจะโยนผู้คนของตัวเองลงไปในหลุมแห่งนี้และเชื่อว่าผู้คนเหล่านั้นไม่ได้ตายจากไปไหน แต่ได้ข้ามไปอยู่อีกโลกหนึ่ง ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่มีใครรอดกลับมาได้สักราย

5. ในนามของสถาปัตยกรรม, จีน

ถึงแม้ว่าการบูชายัญมนุษย์ส่วนใหญ่จะเป็นการกระทำเพื่อเทพเจ้า แต่สำหรับอารยธรรมจีนในช่วงหนึ่ง พวกเขาใช้การบูชายัญของมนุษย์ เพื่อเสริมสร้างให้สิ่งก่อสร้างมีความมั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

หนึ่งในตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการเสียสละของรัชทายาทของกษัตริย์พระองค์หนึ่ง ที่ถูกจับในระหว่างสงคราม และถูกนำมาบูชายัญให้กับเขื่อนแห่งหนึ่ง

6. เผาทั้งเป็นและถ่วงน้ำ, โรมัน

ในช่วงต้นของยุคอาณาจักรโรมัน บรรดานักบวชดรูอิดถือว่ามีบทบาทสำคัญในการทำพิธีบูชายัญมนุษย์ ภายใต้การปกครองของกษัตริย์ซีซาร์ บรรดาทาสจากสงคราม มักจะถูกจับเผาทั้งเป็น รวมถึงการแขวนคอเพื่อเป็นการบูชาต่อเทพ Esus หรือการจับถ่วงน้ำเพื่อบูชาให้กับเทพ Teutates

7. การบูชายัญที่หลากหลาย, แอซเท็ก

ในยุคของอาณาจักรแอซเท็ก ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในพิธีบูชายัญอยู่มากมาย และหนึ่งในพิธีกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดคือการควักหัวใจออกมาจากคนที่กำลังมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นเกียรติแก่ Huitzilopochtli เทพแห่งพระอาทิตย์ นอกจากนั้นยังมีการบูชาเทพ Tlaloc ด้วยน้ำตาของเด็กร้องไห้ของจะถูกฆ่าตาย การบูชาเทพ Xipe Totec ด้วยการมัดเหยื่อไหว้กับเสาแล้วรุมยิงด้วยธนู จากนั้นก็จะถูกถลกหนังโดยนักบวช และการบูชาพระแม่ธรณีด้วยผิวหนังของหญิงสาว

8. บีบคอแม่ม่าย, ฟิจิ

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้หญิงคนหนึ่งในฟิจิที่กลายเป็นแม่ม่าย เธอจะถูกลิขิตให้ต้องมีอันเป็นไปด้วยการบีบคอให้ตาย ประเพณีที่โหดสัสนี้อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า ถ้าสามีเสียชีวิตลง ก็ควรจะฝังภรรยาของเขาลงไปด้วย ในกรณีการตายของหัวหน้าเผ่า บรรดาเมียๆ ทั้งหลายก็ถือว่าซวยต้องตายตกไปตามกัน

9. ฆ่าตัวตายเพื่อศักดิ์ศรี, ญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่น พิธีกรรมที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากก็คือ เซปปุกุ โดยเป็นการฆ่าตัวตายด้วยการคว้านท้อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่มีเกียรติของซามูไร ปัจจัยในการทำเซปปุกุมีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการทำเซปปุกุ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเชลยของศัตรู หรือการกระทำผิดร้ายแรงจนต้องรับผิดชอบด้วยชีวิต

10. บูชายัญเด็กทารก, คาร์เธจ

คาร์เธจ คือ เมืองโบราณที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย โดยในอดีตที่ผ่านมาชาวคาร์เธจมีความเชื่อในเรื่องของการบูชายัญเด็ก ต่อเทพ Baal และ Tanit เมื่อใดที่เกิดเหตุร้ายต่อบ้านเมือง พวกเขาจะคิดว่าเป็นความพิโรธของ
เทพทั้งสอง 

จึงต้องใช้เด็กทารกเป็นเครื่องสังเวยในการบูชายัญ เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข ด้วยการส่งเด็กน้อยไว้บนอ้อมแขนเทวรูป และปล่อยให้เด็กตกลงไปสู่กองเพลิง ซึ่งการบูชายัญนี้ พ่อแม่ของเด็กๆ ก็ยินดีอีกด้วย

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip