บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขปริศนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไขปริศนา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ไขปริศนา ป่าอาโอกิกาฮาระแดนสนธยาที่ชาวญี่ปุ่นเลือก ฆ่าตัวตายปีนึงนับร้อย


ไขปริศนา “ป่าอาโอกิกาฮาระ” แดนสนธยาที่ชาวญี่ปุ่นเลือก “ฆ่าตัวตาย” ปีนึงนับร้อย

ผืนป่าหนาทึบซึ่งตั้งอยู่เชิงภูเขาไฟฟูจิแห่งนี้ เป็นที่ซึ่งหลายคนอาจหลบหายเข้าไปในหมู่แมกไม้เขียวครึ้ม... และไม่กลับออกมาอีกเลย ทุกๆ ปีทางการญี่ปุ่นจะพบศพอย่างน้อย 100 ศพผูกคาอยู่กับต้นไม้ ขณะที่อีกหลายศพอาจนอนเป็นผีเฝ้าป่าอยู่หลายปีโดยไม่มีใครหาเจอ เหตุผลที่คนจำนวนมากเลือกฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิกาฮาระยังคงเป็นปริศนา แม้จะมีบางคนสันนิษฐานว่า ผู้ที่เลือกมาตายที่นี่กลุ่มแรกๆ น่าจะได้แรงบันดาลใจจากนวนิยายเรื่องหนึ่ง

ซึ่งใช้ป่าแห่งนี้เป็นฉากของเรื่อง อาซูสะ ฮายาโนะ ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิกาฮาระมานานกว่า 30 ปี บอกว่า แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่ากระแสนิยมเช่นนี้มีที่มาอย่างไร หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไปห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเขาคนเดียวก็พบศพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ศพ

นักธรณีวิทยาวัยกลางคนผู้นี้นำทีมถ่ายทำสารคดีจาก Vice World เข้าไปยังสถานที่ซึ่งชื่อว่า “จูไก” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอมา เขาชี้ให้ทีมงานดูร่องรอยบางอย่างบนต้นไม้ ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจิตใจของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่บางคนที่เปลี่ยนใจขอมีชีวิตอยู่ต่อ บางคนอาจนึกสงสัยว่า ฮายาโนะ มีสภาพจิตไม่ปกติ จึงสนใจเรื่องความตายมากเช่นนี้

แต่เมื่อรับชมสารคดีต่อไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าหนุ่มใหญ่เสียงนุ่มและช่างครุ่นคิดคนนี้เพียงปรารถนาจะเข้าใจ และป้องกันมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกเท่านั้น สารคดีดังกล่าวยังเผยภาพชวนสยองในป่ามรณะ ไม่ว่าจะเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย และร่องรอยของความโศกเศร้าหรือลังเลก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลาโลก

ป้ายเตือนสติถูกปักไว้ทรงจุดเชื่อมระหว่างทางเดินชมธรรมชาติกับพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตายทบทวนใหม่ให้ดี เพราะเมื่อก้าวออกจากจุดนี้ไป หลายคนไม่มีวันได้ย้อนกลับมาอีก บางคนที่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาดว่าจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช้สายเทปโยงตามเส้นทางที่ตนเองเดินมา

เพื่อจะย้อนกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีกหากเปลี่ยนใจ “แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณเดินตามเทปพวกนั้นไปก็จะพบอะไรบางอย่างเสมอ” เขาบอก “อาจจะพบศพ หรือไม่ก็ร่องรอยว่าเคยมีคนไปถึงที่นั่น

จุดที่ฆ่าตัวตายมากที่สุดจะเป็นส่วนที่อยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิที่เรียกว่า “ทะเลป่า” ซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็นจุดฆ่าตัวตายอันดับสองของโลก สาเหตุเนื่องมาจากนิยายเรื่อง”Black Sea of Trees” ที่ เป็นนิยายที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับคนรักฆ่าตัวตาย ในตำนานก็ยังเล่าว่าเป็นจุดที่มีผีสิง ปีศาจปรากฏตัวจนกลายเป็นป่าแห่งความตาย

นอกจากนั้นยังมีบุคคลที่ฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้หลายหลาย ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว ผู้สูงอายุ ส่วนสถิตการฆ่าตัวตายประมาณ 70 คนต่อไป ในปี 2002 พบว่ามีการพบศพคนฆ่าตัวตายที่ส่วนใหญ่จะเป็นการแขนคอถึง 78 ราย ซึ่งมากกว่าสถิตเดิมจาก 73 รายในปี 1998 และตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นไปอีก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่เสื่อมถอยและปัญหาการตกงาน

แต่ความเป็นจริงในอีกแง่มุมก็ว่ากันว่า ไม่เกี่ยวกับนิยาย แต่เป็นเรื่องที่ว่า ในศตวรรษที่19 เหล่าชาวนาผู้ทนความยากจนข้นแค้นไม่ไหวเลยเดินทางมาฆ่าตัวตายที่นี่เพื่อให้ ลูกๆของพวกเขามีอาหารพอเพียงที่จะมีชีวิตรอด และในทุกๆสัปดาห์ตำรวจก็จะคอยสอดส่องหาร่างของผู้ที่ฆ่าตัวตายอยู่เสมอ

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ไขปริศนาคาใจ ทำไมแม่มดต้องขี่ไม้กวาด


ค้นหา
Custom Search
ภาพลักษณ์ “แม่มดขี่ไม้กวาด” 
นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยุคโบราณ 
มีมานานในประวัติศาสตร์ครับ
โดยคำอธิบายหนึ่งที่น่าสนใจของ Robin Skelton นักมานุษยวิทยาเผยว่า การที่แม่มดใช้ไม้กวาดมีรากฐานมาจากความเชื่อของกลุ่ม Pagan (ลัทธินอกศาสนา) 

ซึ่งมักมีพิธีเต้นระบำกับเสา คราด รวมถึง “ไม้กวาด” และนั่นก็ทำให้พวกที่ลอบสังเกตพิธีซาตานเหล่านี้ เชื่อว่าไม้กวาดจะต้องเป็นอุปกรณ์สำคัญของเหล่าแม่มด

ยิ่งกว่านั้นในประวัติศาสตร์ช่วง “ยุคกลาง” อันดำมืด แม่มดเองก็ได้ถูกทางการไล่ล่าอย่างหนัก และสิ่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่มักตรวจพบก็คือหม้อ,ไม้กวาด และขี้ผึ้งปริศนาที่มีฤทธิ์ทำให้คนเหล่านี้เกิดภาพหลอนได้ ซึ่งตามคำให้การอันเพ้อเจ้อของ Guillaume Edelinสาวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดในฝรั่งเศสเผยว่า 
“ตนเคยใช้ไม้กวาดบินว่อน และเคยเห็นแม่ตัวเองขึ้นคร่อมบนไม้กวาดแล้วลอยออกไปจากปล่องไฟของบ้าน”
ฉะนั้นนักวิชาการได้สันนิษฐานว่า ดูเหมือนภาพลักษณ์ ‘แม่มดใช้ไม้กวาด’ จะเกิดจากข่าวลือที่สะสมมาเป็นเวลานานหลายยุคสมัย 

จากนั้นมันก็ค่อยๆพัฒนามาเป็นความเชื่อ และต้นตอข่าวลือพวกนี้ก็อาจเกิดจากสารมึนเมาในขี้ผึ้งปริศนานั่นเอง ที่ทำให้สาวผู้บูชาซาตานทั้งหลายฝันเป็นตุเป็นตะว่าตน “ลอยบนอากาศด้วยไม้กวาดได้” นั่นเอง
ทว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่า “แม่มดจะขี่ไม้กวาด” ด้วยเหตุผลอะไร หรือมีจุดเริ่มต้นตรงไหน “ไม้กวาด” ก็จะยังเป็นดั่งสัญลักษณ์สุดคลาสสิคที่ปรากฏอยู่ในทุกตำนาน,นวนิยาย,ภาพยนตร์ และมันจะคงอยู่เช่นนี้ตลอดไป ..

Cr. mentalflos, meekhao, gifrific,kpopselca,users.humboldt.edu

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip