บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปริศนาลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปริศนาลึกลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2566

ปริศนาลึกลับดำมืดกับการหายตัวไปในป่าของ 2 หญิงสาว พร้อมภาพถ่ายชุดสุดท้ายที่เป็นปริศนา


ปริศนาลึกลับดำมืดกับการหายตัวไปในป่าของ 2 หญิงสาว พร้อมภาพถ่ายชุดสุดท้ายที่เป็นปริศนา


อ่านดูแล้วมันน่าค้นหาลึกลับจริง ใครฆ่าเทอทั้งสองคน ยังหาวาเหตุการตายไม่ได้ ในป่าลึกลับแห่งนี่มันจะคงซ่อนอะไรบางอย่างที่น่าสยดสยองแน่ๆเลย

ย้อนกลับไปในปี 2014 คริส เครเมอส์ และ ลิซานเน ฟรอน 2 นักศึกษาชาวดัตช์ได้หายตัวไปในเส้นทางเดินป่า El Pianista ในประเทศปานามา ร่างกายของพวกเธอบางส่วนถูกพบในเวลาต่อมา นอกจากนั้นยังมีการพบภาพถ่ายในกล้องถ่ายรูปของพวกเธอ ซึ่งมีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างลึกลับครั้งนี้ แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอกันแน่


ทั้งคริสและลิซานเน ในวัย 21 และ 22 ปี ต่างเป็นคนรักการผจญภัย ทั้งคู่ทำงานร่วมกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งก่อนที่จะเก็บเงินเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อวางแผนไปเที่ยวปานามาด้วยกันในช่วงวันหยุดพิเศษ 6 สัปดาห์ โดยหวังว่าจะได้เรียนภาษาสเปนและได้ไปเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ ในท้องถิ่น


การเดินทางไปเที่ยวในครั้งนี้ยังถือเป็นรางวัลสำหรับการจบการศึกษาสำหรับลิซานเน แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคิด
คริสและลิซานเนเดินทางมาถึงปานามาเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2014 พวกเธอเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ต่าง 2 สัปดาห์ ก่อนจะวันที่ 29 มีนาคม พวกเธอจะมาอาศัยอยู่กับครอบครัวท้องถิ่นในเมืองโบเกตเป็นเวลา 1 เดือน ในขณะที่มาเป็นอาสาสมัครสำหรับเด็ก ๆ



วันที่ 1 เมษายน เวลาประมาณ 11:00 น. พวกเธอไปเดินป่าใกล้กับภูเขาไฟบารู ก่อนที่จะเดินไปยังเส้นทางเดินป่า El Pianista ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโบเกตมากนัก พวกเธอโพสต์บนเฟสบุ๊กว่ากำลังจะไปเที่ยวรอบ ๆ เมือง และมีรายงานว่า พวกเธอกินข้าวมื้อสายกับหนุ่มชาวดัตช์ 2 คน ก่อนที่จะแยกตัวออกไปเดินตามเส้นทาง


มีแหล่งข่าวอ้างว่าพวกเธอพาสุนัขของเจ้าของร้านอาหาร Il Pianista ไปด้วย และคืนนั้นเอง เจ้าของก็ต้องตกใจเมื่อพบสุนัขของตนวิ่งกลับบ้านมาโดยไม่มีหญิงสาวทั้ง 2 กลับมาด้วย แต่สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือไม่
ในวันนั้นเอง หญิงสาวทั้งสองหายตัวไปในป่าและไม่ได้กลับมาอีกเลย พวกเธอไม่ตอบคำถามของพ่อแม่ที่ส่งมาหาทุกวัน พลาดนัดกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นในเช้าวันที่ 2 เมษายน การตามหาหญิงสาวทั้งสองจึงเริ่มขึ้น


วันที่ 6 เมษายน พ่อแม่ของหญิงสาวเดินทางมาถึงปานามาพร้อมกับตำรวจ สุนัขตำรวจ และนักสืบจากเนเธอแลนด์เพื่อทำการค้นหาป่าเต็มรูปแบบเป็นเวลา 10 วันเต็ม พ่อแม่ของพวกเธอเสนอเงินรางวัลให้ 30,000 ดอลลาร์ สำหรับข้อมูลใด ๆ ที่นำไปสู่เบาะแสของทั้งคู่


แต่ทุกอย่างก็ว่างเปล่า หญิงสาวทั้ง 2 คนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
10 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 14 มิถุนายน หญิงท้องถิ่นรายหนึ่งได้พบกระเป๋าเป้สีน้ำเงินของลิซานเน ซึ่งเธอบอกว่าพบมันที่ริมฝั่งแม่น้ำใกล้กับหมู่บ้านอัลโต โรเมโร ในจังหวัดโบคาส เดล โตโร กระเป๋าดังกล่าวมีแว่นกันแดด 2 อัน เงินสด 83 ดอลลาร์ หนังสือเดินทาง ขวดน้ำ เสื้อชั้นใน 2 ตัว โทรศัพท์มือถือของทั้ง 2 คน และกล้องถ่ายรูปของลิซานเนที่อยู่ในสภาพดี

หลังจากตรวจสอบโทรศัพท์มือถือก็พบว่า ประมาณ 6 ชั่วโมงหลังจากพวกเธอออกเดินทาง มือถือของคริสโทรออกที่หมายเลข 112 (หมายเลขฉุกเฉินสากลที่ใช้ในเนเธอร์แลนด์) ในเวลา 16:39 น. และมือถือของลิซานเนโทรออกที่เบอร์ 911 (หมายเลขฉุกเฉินในปานามา) ในเวลา 16:51 น.

ความพยายามในการโทรออกไร้ผล เนื่องจากไม่มีสัญญาณในพื้นที่ดังกล่าว และทั้งคู่ก็พยายามโทรออกอีกหลายครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จ
ในวันที่ 4 เมษายน แบตเตอรีโทรศัพท์ของลิซานเนหมดลงในเวลาตี 5 และเครื่องนี้ก็ไม่เคยถูกใช้อีกเลย


ในขณะที่มือถือของคริสถูกเปิด ๆ ปิด ๆ เพื่อหาสัญญาณในระหว่างวันที่ 5 ถึง 11 เมษายน แต่ก็ไม่เคยมีการกดรหัส PIN ไม่ว่าจะกดถูกหรือกดผิดก็ตาม จนกระทั่งวันที่ 11 เมษายน โทรศัพท์ของคริสถูกเปิดเวลา 10:51 น. และปิดลงเวลา 11:56 น. และมันไม่เคยถูกเปิดขึ้นอีกเลย โดยที่ยังมีแบตเตอรีเหลืออยู่ 22%
สิ่งที่น่าสนใจคือกล้อง Canon ของลิซานเน
มีภาพถ่ายในกล้องตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเธอได้เดินไปตามเส้นทางที่ทุรกันดารหลายชั่วโมงโดยไม่มีสัญญาณของสิ่งผิดปกติ

ในวันที่ 8 เมษายน มีภาพถ่ายที่ใช้แฟลช 90 ภาพถูกถ่ายระหว่างเวลา 01:00 ถึง 04:00 น. ซึ่งดูเหมือนอยู่ในป่าลึกและแทบจะมืดมิดจนไม่เห็นอะไร ภาพถ่ายไม่กี่ภาพแสดงให้เห็นว่าพวกเธออาจอยู่ใกล้แม่น้ำหรือหุบเขา
มีภาพที่มีกิ่งไม้กับถุงพลาสติกบนก้อนหิน

และอีกภาพภาพหนึ่งที่แสดงให้เห็นด้านหลังศีรษะของคริส


ภาพถ่ายเหล่านนี้ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพวกเธอถึงต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพกลางดึกเช่นนี้มากมาย และมันสร้างความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่และผู้คน จนนำไปสู่การตั้งข้อนิษฐานต่าง ๆ มากมาย
การค้นพบกระเป๋าเป้นำไปสู่การค้นหาครั้งใหม่ตามแม่น้ำคูลูเบร
กางเกงยีนส์ขาสั้นของคริสถูกพบบนยอดหินฝั่งตรงข้ามของริมฝั่งแม่น้ำ ห่างจากจุดที่ค้นพบกระเป๋าของลิซานเนไม่กี่กิโลเมตร มีข่าวลืออ้างว่ากางเกงถูกรูดซิปและพับอย่างเรียบร้อย แต่ภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ในปี 2021 หักล้างข้อมูลนี้

2 เดือนต่อมา มีการพบกระดูกเชิงกรานและรองเท้าบู๊ตที่มีเท้าอยู่ข้างใน จากนั้นก็มีการค้นพบกระดูกอย่างน้อย 33 ชิ้นที่กระจายอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ
จากการตรวจ DNA พบว่าชิ้นส่วนกระดูกเป็นของพวกเธอทั้งคู่ ในขณะที่กระดูกของลิซานเนยังมีผิวหนังติดอยู่ แต่กระดูกของคริสดูเหมือนจะซีดขาวไปแล้ว

ส่วนกระดูกที่พบไม่มีร่องรอยขีดข่วนใด ๆ ไม่มีส่วนที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ ทั้ง ๆ ที่ตามปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์ที่สลายตัวตามธรรมชาติ กระดูกจะจมลงสู่ก้นแม่น้ำ ก็ควรจะมีร่องรอยบนกระดูกที่เกิดจากการเสียดสีกับก้นแม่น้ำ
ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2014 มีการพบชิ้นส่วนผิวหนังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำซึ่งเป็นของลิซานเน หลังจากวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์แล้วพบว่า มันเพิ่งอยู่ในสถานะเริ่มต้นของการสลายตัว ซึ่งแตกต่างจากของคริสที่สลายตัวไปนานแล้ว

สรุปแล้ว ยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอกันแน่ในระหว่างที่พวกเธอหลงป่าเข้าไปเรื่อย ๆ บางคนเชื่อว่าเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่หลักฐานไม่น้อยที่ชี้ว่าอาจเป็นฝีมือของบุคคลที่ 3

และคดีของ คริส เครเมอร์ และ ลิซานเน ฟรอน ยังคงเป็นเรื่องลึกลับต่อไปจนถึงทุกวันนี้

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566

เบื้องหลังปริศนาลึกลับป้ายสุสานของหมอยาอายุวัฒนะที่เสียชีวิตด้วยวัย 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ 4 วัน

เบื้องหลังปริศนาลึกลับป้ายสุสานของหมอยาอายุวัฒนะที่เสียชีวิตด้วยวัย 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ 4 วัน

ป้ายสุสานที่น่าสนใจที่สุดป้ายหนึ่ง สามารถพบได้ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งมันมีข้อความระบุเอาไว้ว่า “ด้วยความรำลึกถึงนายแพทย์วิลเลียม มีด ที่จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1652 ด้วยอายุ 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ และอีก 4 วัน”

หากนับอายุของเขาที่ 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ 4 วัน วิลเลียม มีด จะเกิดในเดือนมกราคมปี 1504 ซึ่งแค่เพียงไม่กี่ปีก่อนที่พระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ จะขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ซึ่งดูเหมือนว่ารายละเอียดเกี่ยวกับอายุของนายแพทย์รายนี้จะแปลกประหลาดกว่าชาวบ้านโดยทั่วไปอย่างมาก แต่มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมป้ายสุสานของเขาถึงระบุเช่นนั้น

สุสานของเขาสามารถพบได้ในสุสานแห่งหนึ่งในเมืองแวร์ มณฑลฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ที่อยู่ห่างจากลอนดอนราว 24 กิโลเมตร ซึ่งที่นี่เอง วิลเลียม มีด ได้กลายเป็นตำนานของชาวท้องถิ่นที่มีความลับในการมีอายุยืนยาวอย่างไม่น่าเชื่อ

กล่าวกันว่า วิลเลียม มีด เป็นนักปรุงยาที่คิดค้นสูตรยาของเขาออกมามากมาย และยาเหล่านี้จะถูกนำไปวางจำหน่ายในร้านค้าหลายแห่ง แต่ในบรรยายาที่เขาผลิตขึ้นเอง มียาอยู่ชนิดหนึ่งที่เขาอ้างว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้ผู้คนอายุยืน ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีประสิทธิภาพมากสำหรับตัวเขาเอง เมื่อดูจากที่เขาเสียชีวิตด้วยวัย 148 ปี

เบื้องหลังป้ายสุสานของหมอยาอายุวัฒนะที่เสียชีวิตด้วยวัย 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ 4 วัน

ป้ายสุสานที่น่าสนใจที่สุดป้ายหนึ่ง สามารถพบได้ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งมันมีข้อความระบุเอาไว้ว่า “ด้วยความรำลึกถึงนายแพทย์วิลเลียม มีด ที่จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1652 ด้วยอายุ 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ และอีก 4 วัน”

หากนับอายุของเขาที่ 148 ปี 9 เดือน 3 สัปดาห์ 4 วัน วิลเลียม มีด จะเกิดในเดือนมกราคมปี 1504 ซึ่งแค่เพียงไม่กี่ปีก่อนที่พระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ จะขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์

ซึ่งดูเหมือนว่ารายละเอียดเกี่ยวกับอายุของนายแพทย์รายนี้จะแปลกประหลาดกว่าชาวบ้านโดยทั่วไปอย่างมาก แต่มันมีเหตุผลเบื้องหลังที่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมป้ายสุสานของเขาถึงระบุเช่นนั้น

สุสานของเขาสามารถพบได้ในสุสานแห่งหนึ่งในเมืองแวร์ มณฑลฮาร์ตฟอร์ดเชอร์ ที่อยู่ห่างจากลอนดอนราว 24 กิโลเมตร ซึ่งที่นี่เอง วิลเลียม มีด ได้กลายเป็นตำนานของชาวท้องถิ่นที่มีความลับในการมีอายุยืนยาวอย่างไม่น่าเชื่อ

กล่าวกันว่า วิลเลียม มีด เป็นนักปรุงยาที่คิดค้นสูตรยาของเขาออกมามากมาย และยาเหล่านี้จะถูกนำไปวางจำหน่ายในร้านค้าหลายแห่ง แต่ในบรรยายาที่เขาผลิตขึ้นเอง มียาอยู่ชนิดหนึ่งที่เขาอ้างว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้ผู้คนอายุยืน ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะมีประสิทธิภาพมากสำหรับตัวเขาเอง เมื่อดูจากที่เขาเสียชีวิตด้วยวัย 148 ปี

แต่บางคนก็เชื่อว่า ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงแค่การตลาดสำหรับการขายยาอายุวัฒนะของเขาเท่านั้น

เพราะมีเรื่องเล่าว่าหลังจากที่ วิลเลียม มีด เสียชีวิต ภรรยาของเขาเล็งเห็นโอกาสที่จะทำบางอย่างกับป้ายสุสานของเขา ซึ่งไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่ระบุว่าเขามีอายุขัยที่ยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไป เพื่อเป็นการอวดอ้างสรรพคุณยาอายุวัฒนะของเขา

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยโดยนักเขียนรายหนึ่งที่พยายามสืบสวนเรื่องราวดังกล่าว โดยเขาพบว่าป้ายสุสานมีการถูกเขียนขึ้นใหม่ หลังจากที่ของเก่าสึกกร่อนไปตามสภาพอากาศจนอ่านไม่ออก ซึ่งป้ายสุสานดังกล่าวได้สร้างชื่อเสียงให้กับ วิลเลียม มีด มาตลอดจนกลายเป็นตำนานของเมือง

ต่อมาในปี 1797 ป้ายสุสานดังกล่าวได้ถูกตัดแต่งโดยช่างหินของเมืองที่ชื่อ เดวิด ค็อก โดยได้รับทุนสนับสนุนจากโบสถ์ของเมือง ดูเหมือนว่ามันจะได้รับการดูแลอย่างดี จนทำให้ความน่าเชื่อถือเรื่องอายุของ วิลเลียม มีด ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ชื่อเสียงของ วิลเลียม มีด ยังถูกนำมาเชื่อมโยงกับ “สิทธิบัตรยา ดร.มีด” ที่ถูกขายโดยบรรดานักเคมีกลุ่มหนึ่ง โดยชื่อเสียงของเขายังคงถูกนำมาเป็นคำโฆษณาสำหรับยาอายุวัฒนะของเขามาอีกนับร้อยปี

ต่อมาในศตวรรษที่ 19 นักเคมีกลุ่มหนึ่งในเมืองแวร์ได้จดสิทธิบัตรที่ชื่อว่า “สิทธิบัตรยา ดร.มีด” ที่พวกเขานำไปเชื่อมโยงกับป้ายสุสานของ วิลเลียม มีด เพื่อนำไปใช้โฆษณาขายอายุวัฒนะในยุคนั้นอีกด้วย

เรื่องนี้ไม่แน่ชัดว่า ไอเดียเรื่องอายุจะเป็นของภรรยาที่ชาญฉลาดของเขาหรือจะเป็นคำสั่งเสียของเจ้าตัวเองก็ตาม แต่สุดท้ายไอเดียป้ายสุสานก็กลายเป็นการตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ

 

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip