บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Wendigo แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Wendigo แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เวนดิโก(Wendigo)ปีศาจดุร้าย ครึ่งคนครึ่งสัตว์ในความเชื่อของชาวอินเดียนแดงเผ่าต่างๆทั้งในแคนนาดาและสหรัฐอเมริกา


ปีศาจลึกลับครึ่งคนครึ่งสัตว์ เวนดิโก(Wendigo) มันคือเรื่องจริงหรือตำนานที่เล่าต่อๆกันมามันคือเรื่องจริงหรือตำนานที่เล่าต่อๆกันมาแต่บางทีตำนานก็อาจจะเป็นเรื่องจริงที่คนโบราณพบเจอแล้วประสบพบเห็น 

วันนี้เราขอนำเสนอเวนดิโก(Wendigo)ปีศาจ ลึกลับ ครึ่งคนครึ่งสัตว์ จะเป็นอย่างไรและมันจะมีความสยดสยองแค่ไหนเรามาดูพร้อมๆกันเลยนะครับ


เวนดิโก(Wendigo)ปีศาจดุร้าย ครึ่งคนครึ่งสัตว์ในความเชื่อของชาวอินเดียนแดงเผ่าต่างๆทั้งในแคนนาดาและสหรัฐอเมริกา
เวนดิโก(Wendigo)รู้สึกกลัวเจ้าตัวนี้มากๆเลยมีคำถามผุดขึ้นมาว่า 'มันมีจริงรึปล่าวนะ' เราก็เลยไปเสาะหาข้อมูลก็รู้สึกแปลกใจที่มีจริงๆเสียด้วย


เวนดิโก(Wendigo)

เป็นสัตว์ประหลาดดุร้ายในความเชื่อของชาวอินเดียนแดงเผ่าต่างๆ
ทั้งในแคนนาดาและสหรัฐอเมริกา มันเป็นความเชื่อรวมที่ทุกเผ่าต้องรู้จัก
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าอินนู เผ่าครี หรือเผ่าซอแท็ก ต่างก็มีเรื่องเล่าของเวนดิโก ถือว่าโด่งดังพอสมควร เวนดิโกเป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีลักษณะคล้ายซอมบี้ที่ผอมมากจนเห็นกระดูก ผิวซีด ปากแห้ง ลิ้นห้อย เขี้ยวและเล็บสีเหลืองคมกริบ บางคนบอกมีขนยาวรุงรัง กลิ่นตัวแรงมาก

วิธีล่าเหยื่อของมันคือการเข้าสิงมนุษย์ ใครที่ถูกมันเข้าสิงก็จะกลายเป็นซอมบี้เที่ยวไล่ล่าหาเนื้อมนุษย์สดๆมากินเป็นอาหารร่างกายสามารถโตได้ไม่จำกัด


สาระข้อมูลเพิ่มเติม
เวนดิโก (อังกฤษ: Wendigo) เป็นความเชื่อที่อยู่ในคติชนวิทยาของชาวอินเดียแดงในทวีปอเมริกาเหนือ

ข้อมูลเบื้องต้น กลุ่ม, กลุ่มย่อย ...
เวนดิโก มีชื่อเรียกต่างออกไปในหลายชื่อ ได้แก่ วินดาโก (Windago), วินดิโก (Windiga), วิติโก (Witiko), วีตีโก (Wee-tee-go), หรือ วีห์ติโก (Wihtikow) หรือคำอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน

เวนดิโกเป็นความเชื่อรวมกันของอินเดียนแดงเผ่าต่าง ๆ ทั้งในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา เช่น เผ่าครี, เผ่าอินนู และเผ่าซอเท็ก เวนดิโกคล้ายกับซอมบี้ เป็นปีศาจร้ายแห่งป่าที่เข้าสิงผู้คนให้กินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเป็นอาหาร 
😬โดยเชื่อว่า เวนดิโกมีรูปร่างคล้ายมนุษย์กึ่งสัตว์ป่า แต่มีรูปร่างที่ผอมบางจนเห็นกระดูก ผิวหนังซีดเหมือนศพ มีตาลึกโบ๋และริมฝีปากแห้ง มีเลือดนองอยู่ตลอดเวลา มีเขี้ยวสีเหลืองยาวและลิ้นยาวที่ตวัดไปมาได้

👉🏿นอกจากนี้แล้ว เวนดิโกยังมีกลิ่นตัวเหม็นคล้ายกับกลิ่นซากศพขณะเน่าเปื่อยอย่างเต็มที่ ซึ่งเวนดิโกสามารถเติบโตและมีร่างกายที่ใหญ่โตตามระยะเวลาที่ได้สั่งสมการกินเนื้อมนุษย์


ซึ่งในวิถีของอินเดียนแดงบางเผ่า มีลักษณะคล้ายกับเวนดิโกอยู่ เช่น มีรายงานจากทางตอนเหนือของรัฐมินนิโซตา ที่มักมีรายงานการหายสาบสูญของนักเดินป่า เป็นต้น 

👉🏿เรื่องราวของเวนดิโกที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1879 ที่รัฐแอลเบอร์ตา ในแคนาดา นักดักสัตว์ที่ชื่อ สวิฟต์ รันเนอร์ ถูกจับข้อหาฆาตกรรมสมาชิกในครอบครัวตนเอง เช่น ภรรยา, ลูกทั้งหกคน, แม่ และพี่น้อง รันเนอร์ได้สังหารและกินเนื้อพวกเขาในช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน เขาอ้างว่าเขาถูกวิญญาณเวนดิโกเข้าสิงให้ทำเช่นนั้น ที่สุด รันเนอร์ถูกพิพากษาให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

👉🏿เวนดิโกถูกอ้างอิงถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยหลายประการ อาทิ นวนิยายเรื่อง The Wendigo โดย อัลเจอร์นอน แบล็กวูด ภาพยนตร์เรื่อง เมืองสยอง คนเขมือบ (Ravenous) ใน ค.ศ. 1999 ซีรีส์ชุด ล่าปริศนาเหนือโลก ตอน อสุรกายเวนดิโก หรือเกม อันทิลดอว์น ใน ค.ศ. 2015 เป็นต้น

อ่านมาจนถึงตอนสุดท้ายของบทความแล้วนะครับเอาเป็นว่าอยากจะตั้งสมมติฐานว่าเวนดิโก(Wendigo) ปีศาจครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีลักษณะคล้ายซอมบี้ที่ผอมมากจนเห็นกระดูก ผิวซีด ปากแห้ง ลิ้นห้อย เขี้ยวและเล็บสีเหลืองคมกริบ บางคนบอกมีขนยาวรุงรัง กลิ่นตัวแรง

มันอาจจะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่หลงมาจากยุคโบราณเช่นคนป่าโบราณหรือลิงยักษ์หรือว่าเป็นหมาป่าขี้เรื้อนก็ได้เพราะบางคนเห็นว่ามันตัวผอมแห้ง
เดินกระย่องกะย่องกระแยง เหมือนคนเป็นสันนิบาต ง่อยเปลี้ย เสียขา
แถมยังมีกลิ่นเหม็นอีกบางคนบอกมีขนยาวรุงรัง กลิ่นตัวแรง แต่ก็ยังไม่สามารถที่ระบุได้หรือว่าจับตัวเป็นๆได้มีแต่ตำนานที่อ้างว่ามันคือปีศาจ   Wendigo เป็นความเชื่อที่อยู่ในคติชนวิทยาของชาวอินเดียแดงในทวีปอเมริกาเหนือ
และแคนนาดา เหมือนกัน

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เปิดตำนาน Wendigo เวนดิโกอสุรกายผู้หิวกระหายเนื้อมนุษย์

เปิดตำนาน ‘เวนดิโก’ อสุรกายผู้หิวกระหายเนื้อมนุษย์ เรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ เมื่อ ‘พ่อ’ฆ่าคนในครอบครัวเพื่อเอาเนื้อมากิน!
ค้นหา
จากเรื่องเล่าในตำนานของอสุรกายที่ชอบกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร สู่เรื่องจริงของคดีฆาตกรรมสุดโหดร้ายที่ไม่น่าเชื่อว่า มนุษย์ธรรมดาๆ คนหนึ่งจะสามารถกระทำเรื่องสุดป่าเถื่อนเช่นนี้ได้!

‘เวนดิโก’ (Wendigo) คือชื่อของอสุรกายผู้หิวกระหายเนื้อมนุษย์สุดโหดร้ายแห่งทวีปอเมริกาเหนือ เป็นเรื่องราวความเชื่อดั้งเดิมของชนเผ่าอัลกอนควินส์ (Algonquin) ชนพื้นเมืองในประเทศแคนาดาและทางตอนเหนือของสหรัฐอเมริกา ตามตำนานกล่าวไว้ว่า เวนดิโก เป็นปีศาจครึ่งคนครึ่งสัตว์ รูปร่างสูงราว 3 เมตร แต่ผอมแห้งจนเห็นหนังหุ้มกระดูก ริมฝีปากของมันขาดรุ่งริ่ง ผิวหนังซีดเป็นศพ ดวงตาลึกกลวงโบ๋ มีเขาและเขี้ยวเล็บอันคมกริบ และมีลิ้นยาวตวัดไปมาได้ 

นอกจากนั้นกลิ่นตัวของมันยังเหม็นคาวราวกับกลิ่นของซากศพเน่าเปื่อย เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกของมันจากที่อธิบายมาข้างต้นนั้น แค่คิดก็ชวนให้สยดสยองยิ่งนัก ในส่วนของนิสัยภายในจิตใจไม่ต้องพูดถึง! เวนดิโก ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมอำมหิต ไร้ความปรานีต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก!

เวนดิโก มีนิสัยคล้ายกับผีดิบหรือซอมบี้ ที่ชอบเข้าสิงผู้คนให้กินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเองเป็นอาหาร เมื่อใดก็ตามที่มันได้กินเหยื่อ มันก็จะยิ่งตัวโตเพิ่มขึ้นไปอีก และที่สำคัญมันคือปีศาจร้ายที่ไม่มีวันตาย! 

เพราะถ้าเกิดมีคนจัดการร่างที่มันสิงอยู่นั้น มันก็จะย้ายร่างไปสิงเหยื่อคนใหม่ทันที เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากจะสิงร่างของมนุษย์แล้ว เวนดิโกยังสามารถสิงร่างของสัตว์ได้อีกด้วย ตามความเชื่อดั้งเดิมบอกเอาไว้ว่า เวนดิโกชอบอาศัยอยู่ในป่าลึก เหยื่อของมันก็คือนักเดินป่าหรือผู้ที่หลงเข้ามาในป่านั่นเอง

หากคุณคิดว่า ‘เวนดิโก’ เป็นแค่ตำนานหรือนิทานปรัมปราล่ะก็ ลองมาฟังเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับนายพรานชาวอินเดียนแดงเผ่าครี (Cree) คนหนึ่ง นามว่า สวิฟต์ รันเนอร์ (Swift Runner) กันดูเสียหน่อย โดยเหตุการณ์ที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1879 ที่รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา พรานสวิฟต์เป็นที่รู้จักและเป็นที่เคารพรักของผู้คนทั่วไป เขามีภรรยา และลูกสาวชาย-หญิงที่น่ารักอีก 6 คน 

โดยในช่วงฤดูหนาวของทุกปี พรานสวิฟต์และครอบครัวจะอพยพไปอาศัยอยู่ในแคมป์ที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า เพื่อล่าสัตว์และนำขนไปขาย แต่เมื่อหมดช่วงฤดูหนาวของปีนั้นเอง เขากลับเข้าไปในหมู่บ้านเพียงคนเดียว โดยปราศจากภรรยาและลูกๆ ของเขาทั้ง 6 คน…

จากความสงสัยดังกล่าวทำให้คนใกล้ชิดของครอบครัวพรานสวิฟต์ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการติดตามหาตัวของภรรยาและลูกๆ อีก 6 คนที่หายตัวไป และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยตามไปที่แคมป์ก็พบว่า มีหลุมศพและมีโครงกระดูกกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ 

พรานสวิฟต์ยอมรับสารภาพในภายหลังว่า ตนคือผู้ลงมือสังหารภรรยาและลูกๆ ทั้ง 6 คนเอง และนำชิ้นส่วนร่างกายของพวกเขามาทำอาหารกินจนหมด! 

แต่ที่เขาทำลงไปเพราะถูก 
‘เวนดิโก’ เข้าสิงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้!
แม้ว่าเรื่องที่พรานสวิฟต์บอกว่าตนโดนเวนดิโกเข้าสิงนั้น จะเป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่คำแก้ตัว แต่สุดท้ายเขาก็หนีความผิดที่ได้ฆ่าภรรยาและลูกๆ ทั้ง 6 ชีวิตไม่พ้น โดยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1879 นายพรานสวิฟต์ถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ!
เรียบเรียง : Spo

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip