👉🏾มีคลิปประกอบบทความให้ชมด้วยนะครับผมได้ตัดต่อเอาไว้แล้ว
บทความที่ได้รับความนิยม
-
ซาตาน มาจากภาษาอังกฤษ (Satan) ซึ่งยืมมาจากภาษาอาหรับ ว่า ชัยฏอน (ในพระคัมภีร์เป็นภาษาฮีบรู แปลว่า ปฏิปักษ์ หรือผู้ขัดขวาง)ซาตาน คือผู้ที่เป...
-
"โพคอง" ตำนานผีพยาบาทในผ้าห่อศพของประเทศอินโดนีเซีย ในประเทศอินโดนีเซียนั้นมีเรื่องเล่าเรื่องหนึ่ง พูดถึงประสบการณ์สยอ...
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2565
วิจัยปริศนาตัดเส้นประสาทรับรู้ทั้งหมดเพื่อให้มองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็น..ติดต่อกับพระเจ้า
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า Flying Spaghetti Monster พระเจ้าตามความเชื่อของ ลัทธิพาสตาฟาเรียน ซึ่งเป็นศาสนาที่มีอยู่จริง
👉🏿เป็นความเชื่อทางศาสนาที่แปลกๆหรืออีกชื่อหนึ่งว่าศาสนาหรือลัทธิที่แปลกประหลาด.. ศาสนาต่างๆบนโลกนี้มีหลากหลายความเชื่อส่วนใหญ่จะมีความเชื่อเรื่องพระเจ้ากับศาสนาที่ไม่สนใจเรื่องพระเจ้า แต่เชื่อในการ กราบไหว้รูปปั้นรูปเคารพ..
แต่มันก็เป็นอิสระเสรีในความเชื่อของแต่ละบุคคลที่จะเลือกปฏิบัติ...หรือมีอีกบ้างพวกที่ไม่นับถือศาสนาอะไรเลย...
อันนั้นมันเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละคนครับจะมาบังคับหรือว่ามายัดเยียดให้คนนับถือศาสนานั้นชนะศาสนานี้ไม่ได้
มันคือความพอใจของแต่ละบุคคล
แต่วันนี้จะนำเสนอความเชื่อในศาสนาที่แปลกๆคือ ศาสนาหรือลัทธิพาสตาฟาเรียนซึ่งนับถือปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า (อังกฤษ: Flying Spaghetti Monster หรือมักเรียกโดยย่อว่า FSM) เป็นพระเจ้าตามความเชื่อของ ศาสนจักรปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า หรือ ลัทธิพาสตาฟาเรียน ซึ่งเป็นศาสนา
ที่มีอยู่จริง
👉🏿ก่อตั้งโดยบ็อบบี เฮนเดอร์สัน เพื่อต่อต้านมติของคณะกรรมการการศึกษาของรัฐแคนซัส ที่บังคับให้โรงเรียนในสังกัดสอนทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดควบคู่ไปกับทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินในวิชาชีววิทยา เฮนเดอร์สันเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการฯ มีใจความว่า
เขาเชื่อว่าโลกและจักรวาลถูกสร้างโดยพระเจ้าที่มีรูปร่างคล้ายสปาเกตตีและลูกชิ้นสองก้อน ซึ่งเขาเรียกว่า "ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า" และเรียกร้องให้โรงเรียนในรัฐแคนซัสสอนทฤษฎีการสร้างโลกของเขาเช่นกันเพื่อความเท่าเทียมกัน เช่นเดียวกับการที่ทางคณะกรรมการฯ ได้กล่าวไว้ว่าการเรียนการสอนระหว่างทฤษฎีวิวัฒนาการและทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดควรจะมีความเท่าเทียมกัน
ซึ่งโดยนัยแล้ว เขาแสดงให้เห็นว่าทฤษฏีผู้สร้างอันชาญฉลาดเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ผิดกับปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าเลย
ข้อมูลเบื้องต้น ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า, ศูนย์กลางของลัทธิ ...
กิจกรรมของลัทธิพาสตาฟาเรียนในกรุงวอชิงตัน
ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าประดิษฐ์ด้วยมือ
ป้ายชื่อทหารสหรัฐอเมริกา ระบุศาสนา "Atheist/FSM"
หลังจากเฮนเดอร์สันเผยแพร่จดหมายดังกล่าวบนเว็บไซต์ของเขา FSM ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางอินเทอร์เน็ตและเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้านการสอนทฤษฎีผู้สร้างอันชาญฉลาดในโรงเรียนของรัฐ "ความเชื่อ" ของพาสตาฟาเรียนล้วนล้อเลียนมากจากแนวความเชื่อในศาสนาเกี่ยวกับผู้สร้างโลก ความเชื่อเหล่านี้เผยแผ่ในเว็บไซต์ของเฮนเดอร์สัน Church of the Flying Spaghetti Monster ซึ่งเขาถือเป็นผู้ประกาศพระวรสาร และใน The Gospel of the Flying Spaghetti Monster เขียนโดยเฮนเดอร์สันและตีพิมพ์ใน ค.ศ. 2006 โดย Villiard Press
เชื่อแกนหลักคือปีศาจอัจมองไม่เห็นและไม่อาจตรวจจับได้เป็นผู้สร้างจักรวาล โจรสลัดเป็นชาวพาสตาฟาเรียน (เป็นการรวมคำ พาสต้าและRastafarian เข้าด้วยกัน) พวกแรก เฮนเดอร์สันเชื่อว่าการลดลงของโจรสลัดทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อน ชุมชน FSM รวมตัวกันที่เว็บไซต์ของเฮนเดอร์สันเพื่อแบ่งปันความคิดและสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับ Flying Spaghetti Monster
เนื่องด้วยความโด่งดังและเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป ปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้า เป็นตัวอย่างยุคใหม่ของ Russell's teapot ข้อโต้เถียงทางปรัชญาที่กล่าวว่าการพิสูจน์เป็นหน้าที่ของผู้สร้างข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีทางแสดงให้เห็นได้ว่าเท็จ หาใช่หน้าที่ของของผู้ที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว
แม้ว่าโดยทั่วไปแล้ว FSM จะได้รับการชื่มชมและได้รับการยอมรับจากชุมชนทางวิทยาศาสตร์ FSM มักถูกวิพากษ์โดยผู้สนับสนุนปรัชญาผู้สร้างอันชาญฉลาด ผู้อ้างตนว่าเป็นพาสตาฟาเรียนได้มีส่วนในข้อพิพาททางศาสนาหลายครั้ง รวมถึงครั้งหนึ่งในรัฐฟลอริดาซึ่งมีการแสดงละครล้อเลียนเพื่อไม่ให้โรงเรียนในท้องถิ่นกำหนดกฎใหม่ในการสอนทฤษฎีวิวัฒนาการ
วันสำคัญ
ชาวพาสตาเรียนได้กำหนดให้ทุกวันศุกร์เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ทุกบทอธิษฐานในศาสนจักรนี้จะลงท้ายด้วยคำว่า "ราเมน" ซึ่งมีนัยยะล้อเลียนคำว่า อาเมน ในศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ และยังสื่อถึง "ราเม็ง" เพื่อสื่อซึ่งถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นักเรียนนักศึกษานิยมรับประทาน
ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ฮานุคคาห์ และควันซา ชาวพาสตาเรียนจะฉลองวันหยุดที่เรียกว่า "Holiday" ซึ่งในแต่ละครั้งจะไม่กำหนดวันที่แน่นอน เพราะชาวพาสตาเรียนไม่นิยมสิ่งที่เป็นคำสอนต้องเชื่อหรือลัทธิพิธีการใด ๆ ไม่มีข้อกำหนดที่ต้องทำเป็นพิเศษ แต่จะฉลอง Holiday ตามที่จะพอใจทำ มีการฉลอง "พาสต์โอเวอร์" เพื่อล้อเลียนพิธีปัสคา (Passover) ในศาสนาคริสต์ และฉลอง "ราเม็งดัน" เพื่อล้อเลียนเดือนเราะมะฎอนของศาสนาอิสลาม
ชาวพาสตาเรียนยังถือว่าการที่คนหันมาอวยพรกันว่า "สุขสันต์ฮอลิเดย์" มากขึ้นแทนการอวยพรเดิม (เช่น สุขสันต์วันคริสต์มาส) ถือเป็นการสนับสนุนลัทธิพาสตาเรียน ในเดือนตุลาคมปี ค.ศ. 2005 บัตรอวยพรวันคริสต์มาสจากทำเนียบขาวสมัยจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้อวยพรให้ประชาชนสุขสันต์ "holiday season" เฮนเดอร์สันจึงเขียนบันทึกส่งไปขอบคุณ มีรูปปลากำลังวาดปีศาจสปาเกตตีลอยฟ้าเอาไว้ติดรถลีมูซีนหรือเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เฮนเดอร์สันยังขอบคุณถึงร้านวอล-มาร์ตที่ใช้วลีนี้เช่นเดียวกัน
การใช้ในข้อโต้แย้งทางศาสนา
ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2011 Niko Alm ผู้ไม่นับถือศาสนาชาวออสเตรียได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายให้ถ่ายรูปติดใบอนุญาตขับขี่โดยสวมกระชอนพาสต้าไว้บนศีรษะ หลังจากที่เขาได้ใช้เวลาสามปีในการแสดงให้เห็นว่าเขามีจิตประสาทดีพอที่จะขับรถได้ เขาได้จุดประกายความคิดนี้เมื่อเห็นว่าข้อบังคับของออสเตรียยอมให้มีการปกคลุมศีรษะในภาพถ่ายอย่างเป็นทางการหากสวมใส่ด้วยเหตุผลทางศาสนา
👉🏾บทสรุปสุดท้ายไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไรหรือว่าคุณจะไม่นับถือศาสนาอะไรเลยก็ตาม...แต่มีสิ่งเดียวที่คุณจะต้องปฏิบัติคือทำความดีไม่ทำความชั่วแค่นั้นก็พอแล้ว
วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2565
คดีฆาตกรรมสยองแม่บ้านปีศาจ แห่ง ฟูกุชิมะ ..เมื่อคนธรรมดา กลายมาเป็น พระเจ้า !!
คดีฆาตกรรมสยองแม่บ้านปีศาจ แห่ง ฟูกุชิมะ ..เมื่อคนธรรมดา กลายมาเป็น พระเจ้า !!
เมื่อแม่บ้านธรรมดากลายมาเป็นพระเจ้า !!!
ชิซาโกะ ( นามแฝง ) เป็นผู้หญิงธรรมดาทั่วไปแบบที่เราพบเจอมากมายในญี่ปุ่น เมื่อว่างจากงานบ้าน การดูแลลูกๆ และสามี ชิซาโกะก็จะออกไปขายเครื่องสำอางให้พวกแม่บ้านที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านเฉยๆ
เธอเป็นคนช่างพูด คุยสนุก โน้มน้าวใจเก่ง เธอมีทักษะพิเศษในแบบที่คนค้าขายเก่งๆ มีนั่นแหละ #จึงทำให้ชิซาโกะเป็นที่สนิทสนมและไว้ใจในบรรดาแม่บ้านหลายๆคน
มีปีหนึ่ง เธอและสามีถูกชักจูงเข้าพวกกลุ่มพวกลัทธิที่ใช้ฝ่ามือในการรักษาสิ่งต่างๆ ในลักษณะการทำ " โยเร " สองผัวเมียงมงายกับลัทธินี้มาก แต่ไม่นานสามีของเธอก็หนีไปกับสาวสวยชาวลัทธิคนหนึ่ง เธอเสียใจจนถึงขั้นไม่กลับไปที่ลัทธิอีกเลย
ชิซาโกะ กลับมาขายเครื่องสำอางเหมือนก่อนหน้า
จนวันนึงแม่บ้านที่เป็นลูกค้าประจำของเธอบ่นเรื่องปวดหลังให้ฟัง ชิซาโกะจึงลองใช้ฝ่ามือรักษาในแบบที่เห็นในลัทธิ ผลก็คือ แม่บ้านคนนี้รู้สึกดีขึ้น และบอกว่าชิซาโกะเป็นผู้มีพลังวิเศษแน่ๆ
🧔ข่าวลือกระจายไปไกลและไวเหมือนเชื้อโคโรน่าไวรัสในยามนี้
ไม่นาน จากแม่บ้านที่เดินขายเครื่องสำอางตามบ้านเพื่อยังชีพ เธอกลายเป็นผู้วิเศษที่มีพลังรักษาทุกอาการบนโลกนี้ได้โดยใช้เพียงฝ่ามือโยเร
😳จากปากสู่ปาก
แม่บ้านที่เคยเป็นลูกค้าเครื่องสำอาง หลงเชื่อหลงเป็นเหยื่อเธอหลายคน ซ้ำยังแนะนำบอกต่อคนอื่นๆ ที่ตัวเองรู้จักให้มาหาชิซาโกะเพื่อให้รักษาอาการเจ็บป่วย
🙋จนในที่สุดชิซาโกะก็ตั้งสำนักร่างทรงที่บ้าน
อันที่จริง ชิซาโกะไม่ได้มีพลังวิเศษบ้อบออะไรทั้งนั้น การที่หลายคนดีขึ้น นั้นอาจจะเป็นผลทางจิตใจ เหมือนเวลาเรากินยาหลอกแล้วรู้สึกดีขึ้นนั่นแหละ
และสำหรับรายที่ไม่ดีขึ้น ชิซาโกะจะบอกว่า " เพราะคนพวกนั้นถูกปิศาจจิ้งจอกเข้าสิงและกัดกินข้างใน ก็เลยทำให้ไม่ดีขึ้น "
เอโกะ เป็นแม่บ้านอีกคนหนึ่งที่งมงายในพลังของชิซาโกะอย่างหมดใจ อย่างไม่มีข้อสงสัยใดใด เอโกะขนทุกคนในบ้านมาที่สำนักของชิซาโกะ ทั้งพี่สาว ทั้งสามี รวมถึงลูกๆ เธอกลายมาเป็นสาวกอันดับหนึ่งของชิซาโกะ
และเอโกะ ยังชวน บีโกะ เพื่อนรักให้มาเป็นสาวกคอยอุทิศตนช่วยเหลืองานของชิซาโกะอีกด้วย บีโกะมาที่สำนักพร้อมลูกสาวและแฟนหนุ่มของลูกสาว
แต่ทันทีที่ชิซาโกะเจอหน้าชายหนุ่มที่เป็นแฟนของลูกสาวบีโกะ เธอก็ตกหลุมรักทันที เธอปฏิบัติกับเขาเป็นพิเศษจนหลายคนรู้สึกแปลกๆ
หลังจากนั้น ชิซาโกะก็บอกให้ลูกสาวของบีโกะเลิกกับชายหนุ่ม เธอไม่คู่ควร เพราะเขานั้นถูกส่งมาเพื่อให้ทำภารกิจรับใช้ชิซาโกะ
ลูกสาวของบีโกะไม่ยอม ชิซาโกะจึงทุบตีทำร้ายเธอจนสาหัส และบอกกับทุกคนว่า ลูกสาวของบีโกะถูกปีศาจจิ้งจอกเข้าสิง
👉สุดท้ายชิซาโกะก็ได้ชายหนุ่มมาครอบครอง
และเพราะเขาเป็นหนุ่มหน้าตาดี จึงทำให้ชิซาโกะรู้สึกหึงหวงอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีสาวกหญิงคนไหนมามองหรือทำท่าสนใจชายหนุ่ม เธอจะทำร้ายและทรมาน เช่น ขังไว้ให้อดข้าว ให้สาวกคนอื่นรุมทำร้ายทุบตี เอาไม้ฟาด เอาน้ำร้อนราด เอาของมีคมกรีดตามตัว ฯลฯ โดยทุกทีเธอจะอ้างว่าทำเพราะต้องการขับไล่ปิศาจจิ้งจอกที่เข้าสิงในสาวกคนนั้นๆ

💁ชิซาโกะเริ่มเสพติดการทำร้ายผู้คน
ในสำนักเธอเหมือนเป็นพระเจ้า ที่จะสั่งใครทำอะไรก็ได้ หรือเธออยากจะทำร้ายใครก็ทำได้สบายโดยเหยื่อไม่ตอบโต้ ไม่มีใครขัดขืนหรือกังขาคำสั่งของเธอสักคน
และส่วนมากคนที่ถูกทำร้ายก็จะเป็นผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ ชิซาโกะที่หึงและกลัวทุกคนจะมาแย่งผู้ชายของเธอ เธอก็จะชิงทำร้ายผู้หญิงพวกนั้นก่อน
" ความเชื่อที่โง่เง่า จะนำพาเราลงนรกโดยไม่รู้ตัว "
👬ในที่สุดก็ถึงคิวเอโกะศิษย์รัก เธอเค้นให้เอโกะสารภาพว่าแอบชอบชายหนุ่มของเธอใช่หรือไม่ ถึงเอโกะจะปฏิเสธยังไงชิซาโกะก็ไม่ฟัง เธอจับเอโกะทรมาน สุดท้ายเอโกะเลยต้องยอมพูดว่าเธอแอบรักชายหนุ่ม
🤹ชิซาโกะโกรธจนสติแตกและตรงเข้าทำร้ายทุบตีเอโกะจนเลือดอาบ เธอด่าเอโกะว่านังคนทรยศๆ ทุบตีเอโกะไม่หยุดท่ามกลางสายตาของบรรดาสาวก #จนเอโกะสลบไป
🙇ชิซาโกะลากร่างของเอโกะไปไว้ที่ห้องด้านหลังโดยไม่ดูดำดูดี ไม่รักษา หรือให้อาหาร ไม่นานเอโกะก็เสียชีวิต
หลังจากเอโกะตาย ชิซาโกะบอกทุกคนว่าเอโกะไม่ได้ตายที่ตายคือปีศาจจิ้งจอก วิญญาณเธอจะกลับเข้าร่างในอีกไม่ช้า แค่เก็บร่างของเธอเอาไว้แบบนี้
ก่อนที่เอโกะจะตาย สามีของบีโกะได้พยายามจะช่วยชีวิตเธอและนำเธอออกไป เขาจึงถูกชิซาโกะและสาวกรุมฆ่า ( ในตอนนั้นสาวกที่ช่วยชิซาโกะฆ่าและทำร้ายทุกคนคือ ลูกสาวของชิซาโกะ , ชายหนุ่มชู้รัก , สามีของเอโกะ )
ร่างของเอโกะและสามีของบีโกะถูกจัดให้นอนในห้องด้านในสุดของสำนัก และทิ้งไว้แบบนั้นจนศพเน่า
👉เหยื่อคนที่ 3 ที่เสียชีวิต คือลูกสาวของบีโกะ
หลังจากถูกทำร้ายเธอไม่ได้มาที่สำนักนานมาก แต่พอรู้จากแม่ว่าพ่อตายแล้ว เธอก็มาอาละวาดโวยวายและด่าทอชิซาโกะ รวมทั้งอดีตแฟน เธอจึงถูกพวกมันทำร้ายทุบตีจนเสียชีวิตไปอีกคน
หลังจากทั้งลูกสาวและสามีตาย บีโกะเสียใจจนควบคุมตัวเองไม่ได้ เธอกรีดร้องเหมือนคนบ้า และตรงเข้าทำร้ายทุกคนในสำนักอย่างไม่กลัวใครหน้าไหนอีกแล้ว
👉สุดท้ายบีโกะถูกฆ่าตายเป็นรายที่4
🧟ความตายทุกครั้งเกิดขึ้นท่ามกลางการรับรู้ของเหล่าสาวก
ร่างของทุกคนที่ตาย ถูกนำไปวางไว้ในห้องรวมกัน ชิซาโกะบอกสาวกว่า " คนเหล่านี้ไม่ได้ตาย เมื่อถึงเวลาพวกเขาจะฟื้นขึ้นมา " ไม่น่าเชื่อว่าสาวกโง่เง่าพวกนั้นเชื่อเธออย่างไม่ลังเลสงสัยอะไร
ทุกคนยังทำตัวเป็นปกติ ไม่ได้โวยวายหรืออะไรสักอย่าง ก็ยังคงมาทำพิธีกรรมหรือมารับใช้ชิซาโกะที่สำนักเป็นปกติ ทั้งๆที่ลึกเข้าไปในห้องด้านในของสำนัก มี 4 ศพนอนเรียงกันอยู่
👉เหยื่อรายที่5และ6
ทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน พ่อคนนึงได้พาลูกสาวที่ป่วยเป็นหอบหืดมารักษากับชิซาโกะ และเพราะตัวลูกสาวเป็นคนที่สวย สวยมากๆ สวยจนชิซาโกะรู้สึกหึงหวงและทนไม่ได้ แทนที่จะรักษาอาการเธอก็เลย " ฆ่าทิ้ง " เสียเลย
นอกจากฆ่าลูกสาว พ่อที่เป็นคนพามาก็ถูกฆ่าด้วยเช่นกัน
6ชีวิตในระยะเวลา 4 เดือน
ทุกศพถูกปล่อยให้นอนเน่าเปื่อยอยู่ในห้องด้านหลังของสำนักทรงเจ้าแม่ชิซาโกะ ร่างทรงขับไล่สิ่งชั่วร้ายด้วยฝ่ามือโยเร
เพราะเป็นการตั้งสำนักขึ้นมาอย่างผิดกฏหมาย เพื่อหลอกลวงและทำร้าย รวมทั้งฆ่าคนตายไปหลายคน ในที่สุดสำนักของชิซาโกะก็ถูกบุกจับโดยเจ้าหน้าที่ ในตอนนั้นค่อนข้างที่จะเป็นข่าวดัง เพราะชิซาโกะมีสาวกอยู่มากมาย รวมทั้งหลายคนก็เป็นคนที่มีชื่อเสียง
- จากในทุกความผิดที่ชิซาโกะก่อ ศาลจึงได้สั่งประหารชีวิตเธอในที่สุด ( เธอถูกประหารโดยการแขวนคอในปี 2012 )
- ส่วนแฟนของเธอ ( ที่แย่งเขามา ) และลูกสาวที่คอยเป็นลูกมือร่วมกันทำร้ายเหยื่อ ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
- สามีเอโกะถูกตัดสินจำคุก 18 ปี โทษฐานช่วยเหลือและร่วมปิดบัง
ประเด็นมันอาจจะไม่เกี่ยวกับโยเร หรืออะไรนะ มันเกี่ยวกับ ความเชื่อ สติปัญญา ที่จะคิด วิเคราะห์ แยกแยะมากกว่า
📍 ในเรื่องชื่อคนเยอะนิดนึง อาจจะงงๆ นิดหน่อย ( ทุกคนใช้นามแฝง )
ของไทยแนวนี้หลอนๆ น่าจะเป็นเคส
🙅เชือดลูกบูชายัญพระอาทิตย์ หรือที่ร่างทรงข่มขืนลูกหลายๆคนใช่ไหม
ในความเชื่อบางครั้งถ้ามันกลายเป็นความงมงายมันทำร้ายคนได้จริงๆนะ
howling ghosts
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
จริงหรือ เมื่อนักวิทย์ชื่อดังสรุป โลกเราถูกสร้างโดยพระเจ้า’
รายการบล็อกของฉัน
-
ประวัติขนมเค้ก: จากโบราณกาลสู่ขนมหวานยอดนิยม - ประวัติขนมเค้กจากโบราณกาลสู่ขนมหวานยอดนิยม ขนมเค้ก (Cake) เป็นขนมอบชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้ง น้ำตาล ไข่ และส่วนผสมอื่น ๆ เช่น เนย ผลไม้ หรือช็อกโกแลต โดยมีรส...9 เดือนที่ผ่านมา
-
ชีวิตแรกที่สุดของโลกมนุษย์ที่พัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตคืออะไร - ชีวิตแรกที่สุดของโลกมนุษย์ที่พัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตคืออะไรชีวิตแรกสุดของโลกที่พัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตน่าจะเป็น สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว หรือ จุลินทรีย์ เช่น แบ...10 เดือนที่ผ่านมา
-
-
เปิด!!!! ตำนานมือถือเครื่องแรก - ใครนะช่างประดิษฐ์ผู้ประดิษฐ์มือถือเครื่องแรกของโลกโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องแรกถูกผลิตและออกแสดงในปี ค.ศ.1973 โดย มาร์ติน คูเปอร์ (Martin Cooper) นักประดิ...2 ปีที่ผ่านมา
-
ประวัติกีฬากอล์ฟ(Golf) - *ภาพที่เชื่อว่า เป็นการ เล่นกอล์ฟ ของ จักรพรรดิจีน* *ประวัติกีฬากอล์ฟ(Golf)* **ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2549 *มีหลักฐานใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของกอล์ฟ *ค้นพบโดย*ศ...4 ปีที่ผ่านมา






























