บทความที่ได้รับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิญญาณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิญญาณ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

สมรภูมิหลอน ที่เอ็ดฮิลล์


💥สมรภูมิหลอน ที่เอ็ดฮิลล์‼️

ค้นหา
ในวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1642 กองทัพฝ่ายกษัตริย์เปิดศึกกับทัพฝ่ายรัฐสภาในทุ่งราบระหว่างเนินเอ็ดฮิลล์ กับหมู่บ้านไคน์ตัน ทางใต้ของวอร์วิคไชร์ ในเขตมิดแลนด์ ภาคตะวันตกของอังกฤษ  

ศึกในวันนั้น ฝ่ายกษัตริย์มีกำลังพล 12,000 นาย ส่วนฝ่ายรัฐสภามี 15,000 นาย หลังการรบสิ้นสุด มีทหารตายไปฝ่ายละ 500 คน

หลังศึกเอ็ดฮิลล์จบลงหลายเดือน ชาวนาจำนวนมากในพื้นที่ พบเห็นภาพการรบของกองทหารสองฝ่ายในศึกครั้งนั้น มาปรากฏให้เห็นซ้ำๆหลายครั้ง

 โดยพวกนั้น ได้เล่ากันมาว่า ภาพกองทัพของทั้งสองฝ่าย ก่อตัวขึ้นจากสายหมอกขาว ในยามกลางวัน จนปรากฏเป็นภาพเคลื่อนไหวและเสียงของการรบอันดุเดือด กึกก้องท้องทุ่ง ก่อนจะค่อยๆสลายไป ซึ่งได้สร้างความหวาดกลัวให้ผู้ที่พบเห็น ด้วยเชื่อกันว่า เป็นอาถรรพ์ของวิญญาณทหารที่ตายในศึกนั้น

พระเจ้าชาร์ลที่1ทรงสนพระทัยเรื่องนี้มาก ถึงกับส่งข้า หลวงไปพิสูจน์ความจริง ซึ่งคณะข้าหลวง ก็กลับมา กราบทูลว่า พวกเขาได้เห็นฉากการรบครั้งนั้น ปรากฏซ้ำขึ้นจริงๆ ทั้งยังได้เห็นภาพของเจ้าชายรูเพิร์ตกับนายทหารคนอื่นๆที่รอดชีวิตจากสงครามครั้งนั้น รวมอยู่ด้วย

กษัตริย์ชาร์ลเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณดีของฝ่ายพระองค์ จึงทรงให้เดินหน้าทำศึกต่อไปโดยไม่สนใจจะเจรจากับฝ่ายรัฐสภา 
และสุดท้าย เรื่องก็จบลงตรงที่พระเศียรของพระองค์ร่วงลงตะกร้า..☠️

วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เปิดตำนาน ปู่โสมเฝ้าทรัพย์


เปิดตำนาน "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์"
อาถรรพ์สุดเฮี้ยน ณ.วัดกุฎีดาว ที่ผู้คนต้องเผ่นหนีเพื่อเอาตัวรอด เพราะเจอดี
ค้นหา
Custom Search

หลายๆคน คงอาจเคยได้ยินคำว่า "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" กันมาแล้ว ไม่ว่าจะในภาพยนตร์ ละคร หนังสือ หรือเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาและอาจจะมีหลายคนที่คิดอยากลองของ เพื่อหวังจะได้สมบัติเหล่านั้น ของปู่โสมเฝ้าทรัพย์ แต่ เราก็เตือนว่าอย่าดีกว่า เพราะท่านอาจจะเจอดีก็ได้

ซึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาอดีตราชธานีอันยิ่งใหญ่ของไทย ครั้งที่บ้านเมืองยังสงบอาณาประชาราษฎร์ล้วนมีชีวิตที่สุขสบาย ขุนนาง ขุนศึก พ่อค้าและชาวบ้านทั้งหลายยิ้มย่องผ่องใสมีชีวิตรุ่งเรืองถึงขีดสุด จึงต่างเก็บหอมรอมริบ สะสมแก้วแหวนเงินทองมีค่าไว้มากมาย จนกระทั่ง เกิดสงครามถึงคราวพ่ายแพ้แก่พม่า กรุงศรีอยุธยาต้องล่มสลาย 

ผู้คนและเหล่าทหาร ช้าง ม้า วัว ถูกฆ่าตายกลาดเกลื่อน สมบัติมากมายที่สะสมกันไว้จึงถูกซุกซ่อนฝังไว้ตามจุดต่างๆ

ขุนนาง คหบดีและเจ้านายบางพระองค์ นอกจากจะฝังสมบัติไว้แล้ว ยังถึงกับฆ่าบริวารหรือทหารของตนให้ตายโหงอยู่ตรงที่ฝังสมบัติ เพราะหวังจะให้วิญญาณของผู้ตายกลายเป็นผี “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” เฝ้าสมบัติของตนก็มี เมืองกรุงเก่าอยุธยานับแต่อดีตถึงปัจจุบันจึง ขึ้นชื่อลือชานักในเรื่องของวิญญาณ ที่มักมาปรากฏตามสถานที่โบราณต่างๆ หลายเรื่องน่ากลัว หลายเรื่องฟังแล้วน่าตื่นเต้นดีและทุกเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง 

👉ดังเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้น จริงในอดีตเกี่ยวกับลายแทงสมบัติอันบ่งบอกจุดที่ซ่อนของขุมทรัพย์มากมาย ภายในอาณาบริเวณอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา 

ลายแทงนั้นบอกว่า พระนครศรีอยุธยามีสมบัติโบราณถูกฝังเอาไว้ถึง 303 แห่ง โดยเฉพาะที่ 

“วัดกุฏิดาว” มีขุมทรัพย์ฝังอยู่ถึง 16 แห่ง ลายแทงขุมทรัพย์มีค่า มหาศาลนี้ผู้ที่ได้ครอบครองไว้เป็นเจ้านายระดับพระองค์เจ้า พระองค์หนึ่ง การได้มาของลายแทงนี้ไม่ทราบชัดว่าท่านได้มาอย่างไร…จากใคร…แต่พิสูจน์ ได้แน่ชัดว่า ต้องมีทรัพย์มีค่าฝังอยู่ใต้ดินจริงๆ

เพราะพระองค์ เจ้าพระองค์นี้ กับพระสหายชาวต่างประเทศได้นำเอาเครื่อง “ไมน์ดีเทคเตอร์” ซึ่งเป็นเครื่องสำรวจหาวัตถุธาตุมาสำรวจตรวจดูแล้ว และปรากฏว่าเครื่องมือดังกล่าวนี้ระบุว่าจุดที่ตรวจค้นมีสมบัติล้ำค่าถูกฝัง อยู่ใต้ดินจริงๆ

วัดกุฏิดาวเป็นวัดร้าง มีร่องรอยว่าเคยเป็นวัดที่ใหญ่โตสวยงามในสมัยอยุธยาในลายแทงขุมทรัพย์บอกว่า ที่วัดแห่งนี้มีสมบัติล้ำค่าถูกฝังไว้รอบอุโบสถถึง 16 แห่ง 

ดังนั้นพระองค์เจ้าพระองค์นี้และพระสหายหลายคนจึงได้ทำเรื่องเสนอ ต่อกรมศิลปากร ขออนุมัติดำเนินการขุดค้นหาขุมทรัพย์ดังกล่าว โดยขอแบ่งทรัพย์ที่ขุดขึ้นได้เพียง 10% และอีก 90% จะมอบให้เป็นสิทธิ์ของกรมศิลปากร 

เมื่อกรมศิลปากรอนุมัติ ท่านจึงเริ่มดำเนินการขุดค้นที่วัดกุฏิดาวเป็นแห่งแรกในปี พ.ศ.2503  น่าประหลาดที่การขุดสมบัติที่วัด กุฏิดาว เมื่อขุดลงไปตรงจุดที่ลายแทงระบุว่ามีสมบัติซ่อนอยู่ กลับไม่พบสิ่งใดเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งที่ก่อนลงมือขุดได้ใช้เครื่องไมน์ดีเทคเตอร์ตรวจสอบดูก่อนแล้ว เครื่องก็ส่งสัญญาณว่ามีสิ่งมีค่าฝังอยู่แน่นอน แต่พอขุดลงไปกลับไม่มีอะไรเลย

การขุดค้นหาสมบัติโบราณที่วัดกุฏิดาว ในครั้งนั้น นอกจากจะพบความผิดหวังแล้ว พระองค์เจ้าฯ และพระสหายยังพบกับเหตุการณ์อัศจรรย์ที่น่ากลัวอีกหลายอย่างนั่นก็ คือท่านและพระสหายเห็น “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” มาปรากฏต่อหน้าต่อตากลางวันแสกๆ เป็นร่างของนักรบไทยโบราณ ร่างใหญ่โต แต่ไร้หัว นอกจากนี้ภายในวังของท่านก็ยังมีเสียงคล้ายคนขุดดินตลอดเวลา 

เสียงนั้นดังชัดเจนได้ยินกันหลายคน เหตุการณ์น่ากลัวที่เกิดขึ้น ทำให้พระองค์ต้องเชิญอาจารย์ที่นั่งทางในเก่งๆ มาช่วยดู อาจารย์ที่ท่านนั้นก็บอกว่า วิญญาณที่ปรากฏเป็น “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” เขาเป็นเจ้าของสมบัตินั้น และโกรธแค้นมากที่เจ้านายพระองค์นี้ มาทำการขุดค้นสมบัติของเขา จึงมาสำแดงกายให้เห็นทั้งยังสาปแช่งพวกที่มาขุดสมบัติของเขาทุกคน

คำสาปแช่งนั้นต่อมาก็เป็นจริง เพราะพระสหายคนหนึ่งที่ร่วมทีมขุดสมบัติกับท่านได้เสียชีวิตกระทันหัน ทั้งๆ ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงทุกอย่าง ส่วนประสหายอีกคนก็หายสาบสูญไป โดยไม่ทราบชะตากรรม 

ส่วนตัวท่านเองทำธุรกิจอะไรก็ขาดทุน ขุมทรัพย์ โบราณที่วัดกุฏิดาว ปัจจุบันก็ยังคงอยู่ที่เดิม เพราะยังไม่มีใครกล้าหาญไปขุดค้น เพราะเกรงว่าวิญญาณที่ยังคงวนเวียนเฝ้าสมบัติ จะมาหลอกหลอนและสาปแช่ง


วัดกุฏิดาวเป็นวัดเล็กๆ ป้ายชื่อวัดไม่มีบอก ต้องอาศัยถามจากชาวบ้าน แถวใกล้วัดกุฏิดาวยังมีวัดใกล้เคียงหลายวัด รวมถึงวัดมเหยงค์ซึ่งขึ้นชื่อว่า “ผีดุ” อีกวัดหนึ่ง “วัดมเหยงค์” นี้เคยเป็นวัดร้าง ปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังของอุโบสถซึ่งกระเทาะหลุดร่อนเหลือแต่อิฐ แดงๆ แต่ก็ยังมีเค้าโครงให้เห็นว่าเคยเป็นศาสนาสาถนที่สวยงามในอดีต

วัดมเหยงค์แห่งนี้เคยมีผู้เล่าให้ฟังว่า มีคนเคยได้ยินเสียงสวดมนต์ในท่วงทำนองอันไพเราะ ดังแว่วมาจากอุโบสถ เสียงสวดนั้นดังพร้อมเพรียงเป็นหมู่คณะ สวดช้า และเยือกเย็น ทำนองสวดไม่เหมือนปัจจุบัน และจะดังขึ้นในเวลาเช้าตรู่ ซึ่งพอเดินไปดูที่ต้นเสียงกลับไม่มีใครเลย แล้วเสียงนั้นมาจากไหน ยังเป็นปริศนามาจนทุกวันนี้

คำว่าปู่โสมนี้ ได้ยินมาบ่อยๆ ที่เรียกว่าปู่นี้คงเพราะมักมาเป็นรูปอย่างคนเฒ่าคนแก่ คงเป็นชายเสียส่วนมากจึงได้เรียกว่าปู่ ไม่เคยได้ยินว่ามีย่าโสมที่ไหน ส่วนคำว่าโสมนั้นคงเป็นคำโบราณ แปลว่าอะไรไม่แน่ใจ โดยรวมปู่โสมก็เป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อว่ามีหน้าที่คอยเฝ้าสมบัติต่างๆที่คนโบราณแอบเอาไว้ตามถ้ำหรือกรุ สมบัติ 

ที่จริงเรื่องปู่โสมนี้เป็นเรื่องที่ดูยังคาบเกี่ยวกับวิชามารยาศาตร์(ฝัง อาถรรพ์)อยู่มากในที่นี้เป็นการกล่าวถึงแต่คติเรื่องผีจึงขอคัด เอาแต่คติที่ดูจะเกี่ยวกับผีๆสางๆสักหน่อย

การอุบัติของปู่โสมนี้อาจ แยกเป็นสองอย่างหลักคือ เกิดจากอำนาจทางมารยาศาสตร์ ผูกขึ้นมาให้เป็นตัวตน คงคล้ายๆกับการผูกหุ่นพยนต์ กับอีกอย่างหนึ่งคือเกิดจากคนตายคือผีตามความเข้าใจของคนทั่วไป ซึ่งอย่างหลังนี้ดูจะเกี่ยวกับปู่โสมที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่หน่อย ปู่โสมที่เกิดจากอำนาจคนตายนี้ ก็ยังแยกออกเป็นแบบอีกคือ เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติกับเขาทำให้เกิด

อย่างแรกที่ว่าเกิดกันตาม ธรรมชาตินี้คือเกิดจากคนที่เป็นจ้าวสมบัติเมื่อตาย ลงจิตยังคงหลงยึดมั่นในสมบัตินั้นเลยทำให้ไม่ได้ไปเกิด กลายเป็นผีเฝ้าสมบัติ เรื่องอย่างนี้ได้ยินกันบ่อยไป เช่นเคยได้ยินว่ามีนักเล่นของเก่าไปหาซื้อเตียงโบราณมาพอจะเอาเตียงมานอน เข้าจริงๆก็โดนเจ้าของเตียง(ผี)มาเล่นงานตั้งแต่คืนแรก อย่างนี้คงเป็นเพราะวิญญาณยังคงหวงเตียงนั้นอยู่เลยไม่อยากให้ใครมาเกาะแกะ 

ฟังดูอาจตลกดีแค่เตียงเก่าๆยังหวงอะไรหนักหนา แต่มาคิดดูเรื่องการหวงข้าวของนี้เป็นอัตตาที่เข้มข้นอย่างหนึ่ง เช่นของของเราๆก็ไม่อยากให้ใครมาแอบใช้ คนรักของเราๆก็ไม่อยากให้ใครมาเกาะแกะ แต่อย่างนี้ยังดูไกลจากผีปู่โสมของเราอยู่สักหน่อย
การเกิดผีปู่โสม อีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นการกระทำให้เกิดคือเจ้าตัวก็ไม่ได้ อยากเกิดเป็นผีปู่โสมแต่มีใครบางคนทำให้เป็น ไม่ว่าเจ้าตัวจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม อย่างนี้เองจึงเป็นผีปู่โสมเฝ้าสมบัติของแท้ เรื่องเอาคนมาฆ่าแล้วตรึงวิญาณให้เฝ้าสมบัตินี้มักได้ยินบ่อยๆ เป็นความเชื่อของลัทธิมารยาศาสตร์

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

วิญญาณพยาบาท คาร์ล พรูอิท

วิญญาณพยาบาท! ‘คาร์ล พรูอิท’
ชายผู้จบชีวิตด้วยความแค้น หลุมศพที่ใครลบหลู่จะต้องตายอย่างทรมาน

ค้นหา
Custom Search
เมื่อ ‘ความแค้น’ มันสุมอยู่ในอก! แม้จะตายไปแล้วแต่ความอาฆาตแค้นนี้ก็ยังคงอยู่ไม่มีวันจางหายไปไหน! ดังเช่นเรื่องราวของชายคนนี้ที่ถูกคนรักนอกใจ ทำให้เขาตามแก้แค้นทุกคนแม้จะไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลยก็ตาม!

ย้อนกลับไปในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1938 ที่เมือง Pulaski County รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา ช่างไม้คนหนึ่งนามว่า ‘คาร์ล พรูอิท’ (Carl Pruitt) กำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงานด้วยอาการเหนื่อยล้าและอยากจะซบตักภรรยาสุดที่รักแบบเต็มที่ แต่ทว่าเมื่อกลับมาถึงบ้าน คาร์ลไม่เจอภรรยาของตนออกมารอรับที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน คาร์ลจึงเดินเข้าไปตามหาภายในบ้าน แต่หาเท่าไหร่ก็พบ 

จนเมื่อคาร์ลเปิดประตูห้องนอนเข้าไป สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาแทบคลั่ง! นั่นก็คือภาพของภรรยาที่เขารักเทิดทูนสุดหัวใจกำลังเริงร่าอยู่กับชายชู้บนเตียงนอนที่เป็นของเขาและเธอ!

คาร์ลไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาคว้าโซ่ที่วางอยู่ใกล้ๆ และพุ่งเข้าไปหาทั้งคู่ด้วยอารมณ์ที่เคียดแค้น เขาใช้โซ่รัดคอภรรยาจนเธอขาดใจตาย ส่วนชายชู้เมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่างอย่างรวดเร็ว และหลังจากที่คาร์ลจัดการภรรยาที่นอกใจเสร็จสิ้น ด้วยความเศร้าโศกเสียใจทำให้เขามิอาจที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ คาร์ลจึงตัดสินใจยิงตัวตาย!

ครอบครัวของภรรยาไม่ยินยอมให้ฝังศพของคนทั้งคู่ไว้เคียงข้างกัน ศพของคาร์ลจึงถูกนำไปฝังเอาไว้ที่เมืองอื่น หลายสัปดาห์ผ่านไป ผู้ดูแลสุสานที่ฝังศพของคาร์ลบอกว่า ศิลาสลักชื่อที่ปักอยู่หน้าหลุมศพของคาร์ลมีสีและรูปร่างที่เปลี่ยนไปดูคล้ายกับ ‘โซ่’ นอกจากนั้นยังมีหญ้าสีดำที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วหลุมฝังศพ หญ้าลึกลับเหล่านั้นมีกิ่งก้านใบที่ดูคล้าย ‘ห่วงโซ่’ เป็นอย่างมาก ไม่นานนักก็มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาดูปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นบนหลุมฝังศพของคาร์ล

มีเรื่องเล่าอีกว่า ใครก็ตามที่มารบกวนหลุมฝังศพของคาร์ลจะต้องมีอันเป็นไปแบบเดียวกับที่คาร์ลทำกับภรรยา! โดยเหยื่อรายแรกเป็นเด็กชายที่มีบ้านอยู่ไม่ไกลจากสุสานฝังศพของคาร์ลมากนัก เด็กชายคนนี้มีนามว่า เจมส์ คอลลินส์ (James Collins) เด็กชายเจมส์ได้ลบหลู่หลุมฝังศพของคาร์ลโดยการปาก้อนหินใส่ หลังจากนั้นเมื่อเด็กชายเจมส์ปั่นจักรยานกลับบ้าน จู่ๆ จักรยานก็เสียสมดุลไม่สามารถควบคุมได้และชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ ทำให้โซ่จักรยานเหลุดออกมาและรัดคอเด็กชายเจมส์อย่างน่าสยดสยอง! 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาแม่ของเด็กชายเจมส์กล่าวหาว่าคาร์ลทำให้ลูกของเธอต้องตาย เธอจึงใช้ขวานฟันทำลายหลุมฝังศพจนเละไม่มีชิ้นดี ต่อมาในขณะที่แม่ของเด็กชายเจมส์กำลังตากผ้าอยู่ จู่ๆ ราวตากผ้าซึ่งทำมาจากลวดก็หลุดออกและรัดคอเธอจนเสียชีวิต! 
“ชาวบ้านละแวกนั้นต่างเชื่อว่า ที่สองแม่ลูกต้องมาตายแบบเดียวกันนั้นเป็นเพราะฝีมือของผีร้ายคาร์ล!
และหลังจากนั้นไม่นานชาวนาคนหนึ่งได้เดินผ่านสุสานหลุมฝังศพของคาร์ลและได้ลบหลู่โดยการพูดจาถากถางดูถูกคาร์ลต่างๆ นานา หลังจากนั้นเมื่อชาวนาคนนี้เดินทางกลับบ้านด้วยรถม้า จู่ๆ ม้าก็พยศและเหวี่ยงชาวนาลงไปกองที่พื้น โชคร้ายที่จังหวะที่ชาวนาถูกเหวี่ยงศีรษะของเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต! พวกชาวบ้านต่างกลัวในความเฮี้ยนของคาร์ล พวกเขาเลยจัดการย้ายศพของญาติพี่น้องตัวเองที่อยู่ในสุสานเดียวกับคาร์ลไปไว้ที่อื่น ปล่อยหลุมศพของคาร์ลทิ้งร้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น 

จนกระทั้งเมื่อปี ค.ศ. 1950 บริษัททำเหมืองแร่แห่งหนึ่งได้ซื้อที่ดินของสุสานเพื่อสร้างบริษัทแห่งใหม่ หลุมฝังศพของคาร์ลถูกทำลายลงอย่างราบคาบ แต่น่าแปลกตรงที่ไม่มีใครเป็นอะไรจากการลบหลู่หลุมฝังศพต้องห้ามในครั้งนั้นแม้แต่คนเดียว!
เรียบเรียง : Spo

รายการบล็อกของฉัน

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman fishmanman
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip